สิ่งที่เป็นเรื่องเข้าใจผิดมาตลอดสำหรับการจด VAT คือการที่มองว่าเฉพาะบริษัทเท่านั้นที่ต้องจด VAT และต้องไปจดทะเบียนบริษัทอีก แต่ในความเป็นจริงแล้วสำหรับเรื่อง VAT สรรพากรมองเพียงรายได้ที่เข้ามา โดยไม่มองว่าคนนั้นเป็นใคร นั่นหมายความว่า ต่อให้เป็นบุคคลธรรมดาที่ค้าขายทำ e-commerce ก็ต้องทำการจด VAT และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน และยังต้องมีการขอเอกสาร ภ.พ.20 พร้อมยื่นรายงาน ภ.พ.30 ทุกเดือน แต่ก็มีข่าวดีคือ ตอนนี้เราสามารถจด VAT ออนไลน์ได้แล้ว ส่วนจะมีวิธีการอย่างไรนั้น มาดูกันได้เลย
ใครบ้างที่ต้องจด VAT
- ผู้ที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องจด VAT ภายใน 30 วัน
- ในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่แน่ใจว่าตนเองรายได้ถึงเกณฑ์หรือไม่ ควรมีการทำบัญชีอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
- โดยหากพบว่าตนเองมีรายได้ใกล้จะถึง 1.8 ล้านบาท หรือมีรายได้เกิน 1.8 ล้านไปแล้ว ให้รีบจด VAT ทันที
- อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจการบางอย่างจะได้รับอนุญาตไม่ต้องจด VAT อาทิ โรงพยาบาล สถานศึกษา ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ ธุรกิจจำหน่ายสัตว์มีชีวิตและไม่มีชีวิตในประเทศ ธุรกิจจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร ธุรกิจขนส่ง เป็นต้น
จด VAT บุคคลธรรมดา มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
แม้ว่าเราจะมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ก็สามารถจด VAT ได้เช่นกัน ซึ่งการจด VAT นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณา คือ
ข้อดีของการจด VAT
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กิจการ และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ ซึ่งในบางโอกาสที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายอย่าง Easy E-Receipt เราก็สามารถร่วมโครงการของรัฐได้ทันที
- มีเพียงผู้ประกอบการที่จด VAT เท่านั้นที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ทั้งในรูปแบบกระดาษและ e-Tax Invoice
- และโดยส่วนมากลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าบริษัท มักจะมองหากิจการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ หากเราจด VAT ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในตรงนี้
- สำหรับ VAT ที่เราจ่ายไปแล้ว สามารถนำมาทำเป็นเครดิตทางภาษีด้วยการหักออกจากภาษีซื้อได้ หรือกระทั่งขอคืนจากกรมสรรพากรได้ ไม่ใช่การจ่ายเงินไปฟรี
ข้อเสียของการจด VAT
- ต้องมีการจัดทำรายงานภาษีและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ตราบใดที่เราอยู่ในระบบ VAT แม้ไม่มีรายได้เข้ามาก็ต้องยื่น ภ.พ.30
- หากต้องการยกเลิกและออกจากระบบ VAT จะต้องมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 3 ปี
ขั้นตอนการจด VAT ออนไลน์
ที่มีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถทำการจด VAT ออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร และคลิกที่ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เลือกยื่นคำขอและเอกสารที่กรมสรรพากรกำหนด จากนั้นจะเข้าสู่หน้าการตกลงให้ยื่นคำขอ ให้กดยอมรับ
- ให้เลือกว่าเป็นผู้ประกอบการประเภทใด
- หากเป็นผู้ประกอบการที่จะเข้าระบบ VAT ให้เลือก “ผู้ประกอบกิจการที่ขายสินค้าหรือบริการมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม”
- หากเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ขายสินค้าผ่านทางช่องทาง e-commerce และใช้คอนโดเป็นสถานประกอบการ ให้เลือก “บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้อาคารชุดเป็นสถานประกอบการ (VAT Condo)”
- หากเป็นคนที่อยู่ในต่างประเทศแต่เข้ามาประกอบกิจการในไทย ให้เลือก “ผู้ประกอบการที่อยู่ต่างประเทศแต่เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือบริการในประเทศไทยเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี” - ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก และวันเดือนปีเกิด และจะมีหน้ายืนยันที่ระบุชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ประเภทที่ยื่น หากถูกต้องให้คลิกที่ ยืนยัน
- ระบบจะพาเข้าไปที่หน้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้แบบฟอร์ม ภ.พ.01 ให้คลิกที่ “ขายสินค้าและบริการ” และจะมี 3 หัวข้อย่อยคือ รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี, รายได้น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี, ยังไม่เริ่มกิจการแต่มีแผนที่ชัดเจน ให้เลือกที่เหมาะกับกิจการของเรา
- จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลผู้ประกอบการ ชื่อและที่อยู่ของสถานประกอบการ ให้กรอกข้อมูลทุกช่องให้ครบถ้วน หากไม่มีข้อมูลนั้นให้ใส่ – ส่วนช่องรายได้โดยประมาณ โดยที่รายได้สามารถคิดได้คร่าวๆ ไม่จำเป็นต้องเป๊ะมาก
- ในส่วนประเภทของการประกอบกิจการ ให้ระบุจากกิจการที่ทำรายได้มากไปถึงกิจการที่ทำรายได้น้อย เพราะจะไปเกี่ยวข้องกับการออกใบกำกับภาษี
- จากนั้นให้ทำการ Upload เอกสารตามที่ระบุเอาไว้ เช่น
- คำขอ ภ.พ.01 และ ภ.พ.01.1 (ถ้ามี)
- สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ระบุชื่อที่อยู่ หรือหนังสือยินยอมให้ใช้อสังหาริมทรัพย์
- หนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
- หนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
- หนังสือการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน มูลนิธิ หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่มิใช่นิติบุคคล
- หนังสือตั้งตัวแทนรับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุล
- เอกสารการดำเนินกิจการร่วมค้า (ถ้ามี)
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการพร้อมภาพถ่าย
- หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์) พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ
- หนังสือรับรองของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดกรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในอาคารชุด - ระบุอีเมล ระบบจะส่งรหัสไปที่อีเมลที่เราระบุเอาไว้ เมื่อยืนยันรหัสแล้ว ระบบจะพาไปที่หน้าถัดไป
- ระบบจะขึ้นให้ตรวจสอบข้อมูล ให้เราตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ถูกต้อง รวมไปถึงเอกสารที่ยื่นว่าครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ จากนั้นให้กดยืนยันการยื่นแบบ ให้กดยอมรับเงื่อนไขและตกลง
- เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบความถูกต้อง และแจ้งผลอนุมัติผ่านทางอีเมลที่เราลงทะเบียนไว้ หากได้รับการอนุมัติ จะได้รับ ภ.พ.20 ส่งมาทางไปรษณีย์
หน้าที่สำคัญหลังจากจด VAT
หลังจากที่จด VAT และได้ใบ ภ.พ.20 มาแล้ว หน้าที่ของผู้ประกอบการไม่ได้มีแค่การสามารถบวก VAT เพิ่มได้จากราคาสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีขั้นตอนที่ต้องทำเพิ่มเติม ทั้งการออกใบกำกับภาษี การจัดทำรายงาน การยื่นภาษีและการนำส่ง แบ่งออกได้ดังนี้
ทำใบกำกับภาษี
ทุกครั้งที่เราได้ขายสินค้าและทำการบวก VAT เข้าไป ผู้ขายมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้ผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีอย่างย่อ หรือใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
จัดเก็บเอกสารใบกำกับภาษี
ในกรณีที่เราต้องการหักเครดิตทางภาษี หรือขอคืน VAT ทุกใบกำกับภาษีที่เราได้รับมา จะต้องมีการจัดเก็บเอาไว้อย่างเป็นระบบ ในกรณีที่มีการเรียกดูหรือตรวจสอบจากกรมสรรพากร
ทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย
ในแต่ละเดือนเราจะต้องทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย โดยสามารถดูได้จากใบกำกับภาษี หากเดือนใดที่ไม่สามารถลงภาษีซื้อได้ ให้ลงรายการในเดือนถัดไปแต่ไม่เกิน 6 เดือนที่นับตั้งแต่ที่มีการออกใบกำกับภาษี
ทำรายการสินค้าวัตถุดิบ
รายการสินค้าและวัตถุดิบจะต้องสอดคล้องกันกับรายการสินค้าซื้อขายในใบกำกับภาษี หากออกไม่ถูกต้องอาจถูกกรมสรรพากรเพ่งเล็ง
ยื่นแบบ ภ.พ.30
ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน จะต้องมีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตหรือให้สรรพากรในพื้นที่ หากไม่มีการยื่นแบบหรือยื่นแบบล่าช้า อาจถูกค่าปรับคิดเป็นรายเดือน
eTaxGo ช่วยผู้ประกอบการที่ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ในการออกใบกำกับภาษี e-tax invoice โดยที่ผู้ประกอบการสามารถสร้างใบกำกับภาษีได้ในระบบ จากนั้นระบบจะทำการส่งใบกำกับภาษีไปให้กับลูกค้า และส่งข้อมูลไปให้กรมสรรพากรโดยตรง พร้อมกับมีระบบจัดเก็บใบกำกับภาษีบน Cloud ที่ไม่จำกัดเนื้อที่ อำนวยความสะดวกให้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกท่าน ได้รับความสะดวกสบายและการจัดทำใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามระเบียบกรมสรรพากร
ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ eTax ได้ที่
Blog: www.etaxgo.com/blog
Facebook: https://www.facebook.com/eTaxGo.official

