สรุปเงื่อนไข Easy E-receipt 2568 ใช้ร้านไหน ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ฉบับสมบูรณ์

เริ่มกันแล้วกับโครงการ Easy E-receipt ที่ในปีนี้ กรมสรรพากรได้ออกมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถนำ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt) จากร้านค้า มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาท ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับโครงการ Easy E-receipt กันชัด ๆ และตอบคำถามเกี่ยวกับ e-Tax Invoice และ e-Receipt ว่าต่างกันอย่างไร Easy E-receipt สามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ซื้ออะไรได้บ้าง และคุ้มค่าไหมกับการซื้อสินค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้

Easy E-receipt คืออะไร

Easy E-receipt คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2568 โดยมุ่งเน้นที่มนุษย์เงินเดือน หรือคนที่ต้องเสียเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคล โดยที่ผู้ที่ซื้อหรือจ่ายค่าบริการในราชอาณาจักร จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยแบ่งเป็น 30,000 บาท สำหรับสินค่าที่ใช้จ่ายในร้านทั่วไป และ 20,000 บาท สำหรับวิสาหกิจชุมชนและร้าน OTOP

โครงการ Easy E-receipt จำกัดเฉพาะการซื้อสินค้าที่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีที่จะยื่นต่อกรมสรรพากรในช่วงต้นปี 2569

Easy E-Receipt เหมาะกับใคร ใครใช้ได้บ้าง

Easy E-receipt เหมาะกับทุกคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 โดยสินค้าที่ซื้อนั้น สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามจริง ไม่เกิน 50,000 บาท ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมาก ยกเว้นว่าท่านมีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 25,833.33 บาท ซึ่งในกรณีนี้ ท่านจะได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์

Easy E-receipt ลดหย่อนภาษี 2568 เริ่มเมื่อไร จบเมื่อไร

โครงการ Easy E-receipt เริ่มใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568

e-Tax คืออะไร ต่างจาก e-Receipt อย่างไร

e-Tax Invoice คือใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีหมายเลขใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) และลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) เป็นเครื่องยืนยันตัวตนของผู้ออกใบกำกับภาษี (ผู้ขาย) และรับรองถึงความถูกต้องของข้อมูล และผู้ประกอบการสามารถจัดทำและนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับคู่ค้าทาง Email ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ส่วน e-Receipt คือ ใบรับหรือใบเสร็จรับเงิน ที่ได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ด้วยวิธีการที่กรมสรรพากรกำหนด

เงื่อนไข Easy E-receipt 2568 มีอะไรบ้าง

ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านโครงการ Easy E-receipt 2568 จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีการแบ่งวงเงินลดหย่อน 2 ส่วนดังนี้

1. วงเงินส่วนแรก 30,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าทั่วไปกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผู้ประกอบการนี้ จะสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือผู้ให้บริการที่ไม่ได้จดภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องสามารถออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Receipt ได้

2. วงเงินส่วนที่สองคือ 20,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้ากับร้านค้า OTOP หรือร้านค้าวิสาหกิจชุมชน ที่เข้าเงื่อนไขต่อไปนี้

  • สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชนแล้ว
  • สินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร
  • สินค้าหรือบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

นอกเหนือจากสินค้า OTOP แล้ว ในกรณีที่ร้านค้าที่ท่านใช้บริการ ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านสามารถนำใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Receipt จากผู้ประกอบการดังกล่าวมาร่วมโครงการ Easy E-receipt หากสินค้าและบริการที่ท่านซื้อคือ

1) หนังสือ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร
2) หนังสือ หนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ (e-Book)

3. e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วย

โครงการ Easy E-receipt ลดหย่อนภาษี ได้เท่าไร

แม้ว่าโครงการ Easy E-receipt จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่การจะได้เงินคืนภาษีมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับเงินได้และอัตราภาษีของแต่ละคน ดังนี้

เงินได้สุทธิต่อปี

ฐานภาษี

เงินคืนภาษีกรณีใช้จ่าย 5,000 บาท

เงินคืนภาษีกรณีใช้จ่าย 10,000 บาท

เงินคืนภาษีกรณีใช้จ่าย 50,000 บาท

ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี

ยกเว้นภาษี

0

0

0

150,001-300,000 บาท

5%

250 บาท

500 บาท

2,500 บาท

300,0001-500,000 บาท

10%

500 บาท

1,000 บาท

5,000 บาท

500,001-750,000 บาท

15%

750 บาท

1,500 บาท

7,500 บาท

750,001-1,000,000 บาท

20%

1,000 บาท

2,000 บาท

10,000 บาท

1,000,001-2,000,000 บาท

25%

1,250 บาท

2,500 บาท

12,500 บาท

2,000,001-5,000,000 บาท

30%

1,500 บาท

3,000 บาท

15,000 บาท

5,000,001 บาทขึ้นไป

35%

1,750 บาท

3,500 บาท

17,500 บาท

ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 25,833.33 บาท ไม่จำเป็นต้องขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) จากร้านค้าแต่อย่างใด เพราะท่านได้รับการยกเว้นภาษีโดยอัตโนมัติแล้ว

Easy E-receipt ซื้ออะไรได้บ้าง ที่ไหน

ท่านสามารถซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่จดทดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้เกือบทุกประเภท ยกเว้นสินค้าและบริการที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยที่ท่านสามารถตรวจสอบร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่สามารถออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้ ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร ดังนี้

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร ซึ่งจะเปิดชื่อผู้ประกอบการที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี/ใบรับ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Tax Invoice by Time Stamp
  2. กรอกเงื่อนไขค้นหาอย่างน้อย 1 เงื่อนไข
  3. แสดงผลรายชื่อร้านค้าที่สามารถออก e-Tax Invoice ได้
easy-e-receipt-2025-tax-deduction-guide

ร้านค้า OTOP ที่เข้าร่วมโครงการ Easy E-receipt

และสำหรับท่านที่ต้องการซื้อสินค้า OTOP สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านวิสาหกิจเพื่อชุมชน และร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้ตามดังนี้

นอกจากนี้ ร้านค้า OTOP ที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้า เช่น โลตัส เซเว่นอีเลฟเว่น แม็คโคร หรือร้านค้า OTOP ตามแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Shopee Lazada ก็สามารถเข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt ได้เช่นกัน โดยให้สังเกตที่สัญลักษณ์นี้

สินค้าและบริการ ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ Easy E-receipt 2568

แม้ว่าเราจะสามารถซื้อสินค้าได้เกือบทุกประเภทในโครงการ Easy E-receipt เพื่อนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่จะมีสินค้าและบริการบางประเภทที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ ดังต่อไปนี้

  1. ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์
  2. ค่าซื้อยาสูบ
  3. ค่าซื้อน้ำมัน ค่าซื้อก๊าซ และค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเติมยานพาหนะ
  4. ค่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และค่าซื้อเรือ
  5. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต
  6. ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลา
    ระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2568 เช่น ค่าสมาชิกต่าง ๆ
  7. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
  8. ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว
  9. ค่าที่พักในโรงแรม
  10. ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย
  11. ค่าที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

คำถาม – คำตอบ ที่พบบ่อย เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-receipt

ซื้อของจากร้านค้าออนไลน์ใน Shopee Lazada TikTok Shop หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-receipt ได้หรือไม่

คำตอบ ท่านสามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งใน Shopee Lazada TikTok Shop และสามารถลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-receipt ได้ แต่ต้องตรวจสอบกับร้านค้านั้น ๆ ก่อนว่าสามารถออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้หรือไม่ หรือร้านค้านั้น ๆ ได้เข้าร่วมโครงการ Easy E-receipt หรือไม่

โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไอที สามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่

คำตอบ อุปกรณ์ไอที โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก หรืออื่น ๆ ไม่ว่าจะซื้อจากร้าน Official หรือร้านค้าทั่วไป สามารถใช้ลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-receipt ได้

ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ สามารถลดหย่อนภาษีจาก Easy E-receipt ได้หรือไม่

คำตอบ ทองคำแท่งได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ส่วนทองรูปพรรณสามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะค่ากำเหน็จ ตามภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียไป หากท่านได้รับ e-Tax Invoice

ค่าซ่อมรถ เปลี่ยนยางรถยนต์ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-receipt ได้หรือไม่

คำตอบ ค่าซ่อมรถ เข้าศูนย์ เปลี่ยนยางรถยนต์ ค่าบริการเช่ารถยนต์สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ยกเว้นการซื้อรถยนต์

ค่าทำศัลยกรรม ค่าบริการทางการแพทย์ สามารถหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่

คำตอบ ไม่ได้ เพราะการบริการของสถานพยาบาลได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

หากซื้อสินค้าแล้ว ต้องแจ้งข้อมูลอะไรกับร้านค้าบ้าง เพื่อออก e-Tax Invoice

คำตอบ 1) ชื่อและนามสกุล
2) ที่อยู่
3) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน)
เมื่อแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ข้อมูลการซื้อสินค้าและการรับบริการจะปรากฏ
ใน My Tax Account ของผู้เสียภาษี

ถ้าร้านค้าออกข้อความที่ไม่สมบูรณ์ให้ เช่น เขียนชื่อหรือที่อยู่ผิด จะสามารถนำมาใช้ลดหย่อนได้หรือไม่

คำตอบ หาก e-Tax Invoice มีรายการครบถ้วน แม้จะมีการระบุชื่อหรือที่อยู่ผู้ซื้อสินค้าผิด ก็สามารถนำมาใช้หัก ลดหย่อนได้ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบว่าเลขประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการถูกต้องหรือไม่
เพื่อประโยชน์ในการใช้ข้อมูลยื่นแบบแสดงรายการภาษี

ที่อยู่ในเอกสาร ต้องเป็นที่อยู่ปัจจุบัน หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

คำตอบ จะใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ปัจจุบันก็ได้

Easy E-Receipt คือการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ใช่ไหม

คำตอบ ไม่ใช่ โครงการนี้คือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ที่จะยื่นในปี 2569 แต่ร้านค้าที่ท่านจะใช้บริการ ต้องเป็นร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ Vat 7% หรือหากไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องสามารถออก e-Receipt ได้

หากซื้อสินค้า 50,000 บาท จะได้เงินภาษีคืน 50,000 บาท ใช่ไหม

คำตอบ ไม่ใช่ แม้ว่าท่านจะลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่จะได้เงินคืนภาษีมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับเงินได้และอัตราภาษีของแต่ละคน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


Tags

Easy E-receipt, ลดหย่อนภาษี 2568


บทความที่น่าสนใจ

ติดตั้ง Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร สรุปสิ่งที่ต้องรู้

ติดตั้ง Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร สรุปสิ่งที่ต้องรู้

ภ.พ.36 คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับ ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด.54

ภ.พ.36 คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับ ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด.54

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร เสียทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร เสียทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์
>