ใบเสร็จรับเงิน VS. ใบกำกับภาษี

เมื่อเราไปซื้อของตามร้านค้า สิ่งที่เรามักจะได้รับคือใบเสร็จรับเงิน แต่เมื่อต้องการนำไปใช้เคลมเครดิตภาษีซื้อ ภาษีขาย กลับกลายเป็นว่าใบเสร็จรับเงินนั้นไม่เพียงพอ และหากไม่มีใบกำกับภาษีมาก็ทำอะไรไม่ได้ จนสร้างความสับสนว่าทำไมร้านค้าไม่ออกใบเสร็จกำกับภาษีไปเลย  
 
อย่างไรก็ตาม ใบกำกับภาษี และ ใบเสร็จรับเงิน แม้จะเป็นเอกสารที่สรรพากรรับรอง แต่การใช้งานต่างกัน วัตถุประสงค์ต่างกัน การออกเอกสารก็แตกต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะสรุปให้ครบถึงความเหมือน ความต่าง ปัญหาและการเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี ว่าคุณควรขอเอกสารแบบไหนถึงจะถูกต้องและไม่เสียสิทธิ์ทางภาษี 

ใบเสร็จรับเงิน คืออะไร 

ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อเพื่อยืนยันถึงการรับชำระเงินแล้ว โดยไม่เกี่ยงว่าในการซื้อขายนั้น จะมีการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นเป็นร้านเล็ก ฟรีแลนซ์ หรือกิจการที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ได้ทำการซื้อขายสินค้าเป็นจำนวนเงิน 100 บาทขึ้นไป จะต้องมีการออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง

ผู้ซื้อสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปใช้ในทางบัญชี ลงบัญชีเพื่อรับรู้รายได้และรายจ่ายของกิจการ รวมไปถึงใช้ในการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กับบริษัท แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถนำไปเคลมเครดิตภาษีซื้อได้ หากต้องการใช้เคลมภาษีซื้อ ภาษีขาย จะต้องใช้ใบกำกับภาษี หรือ e-Tax Invoice เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม: ใบเสร็จรับเงิน ออกยังไงให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี

ใบกำกับภาษี คืออะไร 

ใบกำกับภาษี คือ เอกสารที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น ที่ออกได้ หากไม่จด VAT จะออกไม่ได้ เพื่อแสดงว่ามีการเรียกเก็บ VAT 7% จากผู้ซื้อจริง และเป็นเอกสารหลักที่ใช้ในระบบภาษีซื้อ-ภาษีขายของกรมสรรพากร ซึ่งตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจด VAT มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น แม้ยอดจะไม่ถึง 100 บาท หรือยังไม่ได้รับเงินก็ตาม ซึ่งต่างจากใบเสร็จรับเงินที่ออกตอนได้รับเงินเท่านั้น 

ใบกำกับภาษีนั้น จะต้องประกอบไปด้วยสาระสำคัญดังนี้: 

  • คำว่า ใบกำกับภาษี ที่เห็นเด่นชัด
  • ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
  • ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ
  • เลขลำดับของใบกำกับภาษี และเลขลำดับของเล่ม
  • ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ มูลค่าของสินค้าหรือบริการ
  • จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ โดยต้องแยกออกจากราคาสินค้าให้ชัดเจน
  • วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  • ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด (ที่อยู่สถานประกอบการของผู้ขาย – ผู้ซื้อ)

 นอกจากนี้ ใบกำกับภาษีเองยังแบ่งเป็น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และ ใบกำกับภาษีแบบอย่างย่อ ซึ่งมีจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่: 

 ตารางเปรียบเทียบ ใบเสร็จรับเงิน vs ใบกำกับภาษี 

หัวข้อ 

ใบเสร็จรับเงิน 

ใบกำกับภาษี (เต็มรูป) 

วัตถุประสงค์ 

ใช้เพื่อยืนยันการรับเงิน 

ใช้เพื่อยืนยันการเรียกเก็บ VAT 

ใครออกได้ 

ใครก็ได้ ไม่ต้องจด VAT 

เฉพาะผู้จดทะเบียน VAT 

ออกเมื่อไหร่ 

เมื่อได้รับชำระเงิน 

เมื่อส่งมอบสินค้า/บริการ  

ข้อมูลผู้ซื้อ 

ไม่บังคับ 

ต้องมีชื่อ-ที่อยู่-เลขผู้เสียภาษีครบ 

แสดง VAT แยก 

ไม่มี 

ต้องแยกจำนวน VAT ชัดเจน 

เครดิตภาษีซื้อ 

ใช้ไม่ได้ 

ใช้ได้ 

ลดหย่อนภาษีบุคคล 

โดยทั่วไปไม่ได้ 

ได้ (ตามเงื่อนไขมาตรการรัฐ) 

 ทำไมใช้แค่ใบเสร็จรับเงินอย่างเดียวถึงไม่พอ 

เมื่อเราซื้อสินค้าใด ๆ แล้ว หลักฐานที่ใช้ในการยืนยันว่าเราได้จ่ายเงินและทางผู้ขายได้รับเงินไปแล้วคือใบเสร็จรับเงิน แต่สำหรับธุรกิจแล้ว ใบเสร็จรับเงินอย่างเดียวถือว่าไม่เพียงพอ ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อเป็นการยืนยันว่า เราได้ทำการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT 7% ไปเรียบร้อยแล้ว และจะใช้เอกสารนี้เป็นหลักฐานในการทำเครดิตภาษีซื้อ ภาษีขาย ต่อไป 

 
ทั้งนี้ การใช้ใบกำกับภาษีอย่างย่อ หรือใบเสร็จรับเงินอย่างเดียว ถือว่าไม่เพียงพอเมื่อต้องการนำใบกำกับภาษีนั้นไปใช้ในการทำภาษีซื้อ ภาษีขาย เนื่องจากข้อมูลจากเอกสารทั้ง แบบนั้นไม่มีการแยกย่อยรายละเอียดอย่างชัดเจน ไม่มีรายละเอียดว่าใครคือผู้จ่ายเงิน ใครคือผู้รับเงิน 

 ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน ในใบเดียวคืออะไร 

อย่างที่เคยบอกคือ หน้าที่ของใบเสร็จคือการยืนยันว่ามีการซื้อขายและรับเงินเรียบร้อยแล้ว ส่วนหน้าที่ของใบกำกับภาษีคือเป็นหลักฐานว่ามีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อย นั่นจึงทำให้บางครั้ง ในบางกรณีแทนที่ผู้ประกอบการจะออกใบเสร็จและใบกำกับภาษีแยกกัน ก็จะออก ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีการเรียกเก็บภาษีแล้ว และมีการรับชำระเงินเรียบร้อย และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินกันจริงเรียบร้อยแล้ว ก็มีความจำเป็นที่จะต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขที่ใบกำกับภาษีของผู้ซื้อและผู้ขาย 

 อย่างไรก็ตาม หากใบกำกับภาษีไม่มีชื่อ ที่อยู่ และเลขที่ผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ ในทางกฎหมายก็ชัดเจนว่าเอกสารใบกำกับภาษีนั้นใช้ไม่ได้ เพราะข้อความไม่สมบูรณ์และไม่สามารถพิสูจน์ผู้จ่ายเงินได้ ไม่ทราบว่ามีการจ่ายเงินจริงหรือไม่ อันจะส่งผลให้ไม่สามารถนำไปเคลมภาษีซื้อ ภาษีขายได้ 

 ใช้บิลเงินสดแทนการใช้ใบเสร็จรับเงินได้หรือไม่ 

ในกรณีที่ไปซื้อสินค้าแต่ทางร้านไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินในแบบทางการได้ ร้านก็มักจะออกตัวว่าออกได้แค่เพียงบิลเงินสดเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตามกฎหมาย การใช้บิลเงินสดสามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจได้ แต่ไม่สามารถนำไปใช้สำหรับ... (ละไว้ตามต้นฉบับ) แต่ต้องมีการเขียนชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งทางฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ระบุข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดก็พอ และหากเป็นไปได้อาจจะมีหลักฐานการรับเงินอื่น ๆ อาทิ สลิปโอนเงิน แนบมาเพื่อเสริมให้หลักฐานแน่นหนามากขึ้นได้ 

อ่านเพิ่มเติม

 ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใช้แบบไหนถึงจะถูก 

การใช้งานใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีนั้น จะใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเอกสารนั้นไปทำอะไร และต้องการที่จะพิสูจน์ผู้รับเงินหรือไม่ โดยวิธีการใช้งานจะเป็นดังนี้ 

  • ซื้อของใช้ส่วนตัว ไม่ต้องการลดหย่อนภาษี 
    ในกรณีนี้เนื่องจากไม่ต้องการพิสูจน์ผู้จ่ายเงิน แต่มีชื่อผู้รับเงินอยู่แล้ว การใช้ใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานการซื้อขายสินค้าก็เพียงพอ เพื่อใช้เอกสารนี้ไปใช้เคลมว่ามีการซื้อขายกันจริง หรือใช้เคลมประกันสินค้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครคือผู้จ่ายเงิน 

  • ซื้อของใช้ส่วนตัว แต่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 
    กรณีนี้ต้องใช้ ใบกำกับภาษีเต็มรูป ที่ระบุชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เพื่อเป็นการระบุว่ามีการจ่ายเงินจริงและระบุตัวของผู้จ่ายเงินว่าเป็นใคร ซึ่งส่วนมากเมื่อรัฐบาลมีมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ จะมีการระบุให้ใช้ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เป็นหลัก ส่วนการออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษจะใช้ไม่ได้ 

  • ซื้อสินค้าในนามบริษัท/นิติบุคคล เพื่อเครดิตภาษีซื้อ 
    ในกรณีนี้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพื่อพิสูจน์ตัวของผู้ซื้อและผู้รับเงิน และต้องมีข้อมูลบนใบกำกับภาษีที่ครบถ้วนตรงตามที่กฎหมายกำหนด มิเช่นนั้นอาจทำให้ไม่สามารถนำไปขอคืนเครดิตภาษีซื้อได้ 

  • เป็นผู้ขายที่ยังไม่ได้จด VAT 
    หากเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทและยังไม่จด VAT เมื่อทำการซื้อขายสินค้ามากกว่า 100 บาท มีความจำเป็นที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน และแม้ว่าเอกสารนั้นจะเป็นเพียงบิลเงินสด แต่หากระบุข้อมูลได้ครบถ้วน ก็สามารถนำไปเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เช่นกัน 

 ปัญหาที่พบบ่อยจากการออกใบกำกับภาษี 

  • ข้อความในใบกำกับภาษีไม่ครบ 
    สิ่งที่นักบัญชีมักจะเคร่งและกังวลมากคือ ข้อความที่ปรากฏในใบกำกับภาษีต้องครบถ้วนและถูกต้อง หากไม่ถูกต้องก็จะนำไปใช้หักภาษีซื้อ ภาษีขายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จุดที่ถือว่าผิดได้และพออนุโลมได้คือ ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ เช่น อาจจะมีการสะกดสระ วรรณยุกต์ การันต์ ผิดเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ประกอบการรายอื่น ก็ถือว่าใช้ได้ ส่วนที่อยู่นั้นถ้าระบุไม่ถูกต้อง แต่รายการที่อยู่ที่ระบุไว้ถูกต้องและบอกตำแหน่งได้ชัดเจน ก็ถือว่าครบถ้วนเช่นกัน 

  • ลายเซ็น 
    สำหรับผู้ประกอบการบางคนจะค่อนข้างซีเรียสเรื่องลายเซ็นที่ปรากฏบนเอกสาร โดยหากเป็นลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จะใช้ไม่ได้ ต้องเป็นการเซ็นด้วยปากกาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในใบกำกับภาษีไม่จำเป็นต้องมีลายเซ็นที่เป็นปากกา และแม้จะไม่มีการเซ็นเอกสารเลยก็ไม่เป็นไร แต่หากเป็น e-Tax Invoice นั้น เอกสารดังกล่าวจะถูกกำกับด้วยลายเซ็นดิจิทัลอยู่แล้ว และไม่ต้องมีการเซ็นด้วยปากกาซ้ำ 

  • e-Tax Invoice 
    ใบกำกับภาษี e-Tax Invoice คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในการพิมพ์เอกสาร จัดเก็บ หรือแม้กระทั่งจัดส่งเอกสารที่ต้องใช้ Messenger เปลี่ยนมาเป็นการทำใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถส่งเข้าอีเมล SMS ตามระบบที่วางเอาไว้ และเอกสารนั้นสามารถจัดเก็บได้บน Cloud ไม่ต้องเปลืองพื้นที่จัดเก็บจริง ๆ นั่นหมายความว่า หากออกใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิมพ์เป็นแบบกระดาษอีก 

สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเอกสารนั้นเป็น e-Tax Invoice ตามระบบที่ใช้งานได้จริง คือจะมีข้อความที่ระบุว่า "เอกสารใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ….. นี้ได้จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่งหมายความว่า เอกสารและข้อมูลนี้ได้ส่งไปถึงกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องพิมพ์ข้อความ ส่งเอกสาร จัดเก็บเอกสารอีกต่อไป ช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล 

การใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt ดีกว่าใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษอย่างไร 

e-Tax Invoice & e-Receipt 

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันในการจัดการใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี และต้องการที่จะลดการใช้กระดาษ เพิ่มความสะดวกในการจัดการงานเอกสาร และที่สำคัญคือการลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการออก ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี สามารถแก้ด้วยการใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt ที่ออกเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่พร้อมส่งเอกสารให้กับลูกค้าและส่งข้อมูลให้สรรพากรโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ประกอบการเพียงแค่อนุมัติเอกสารเท่านั้น รูปแบบถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยลดความผิดพลาดและความยุ่งยากในการออกเอกสาร 

eTaxGo เป็นผู้ให้บริการ (Service Provider) ระดับ Advanced ที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรและ ETDA ช่วยให้ธุรกิจออก e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ง่าย ครบ ถูกต้องตามระเบียบ และไม่ว่าผู้ประกอบการจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ ก็สามารถเริ่มใช้งานกับ eTaxGo ได้แล้ววันนี้


Tags

e-Receipt


บทความที่น่าสนใจ

ค้าขาย สรรพากรรู้อะไรเกี่ยวกับเราบ้าง เงินโอนที่อาจโดนภาษี

ค้าขาย สรรพากรรู้อะไรเกี่ยวกับเราบ้าง เงินโอนที่อาจโดนภาษี

ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่อธุรกิจ

ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่อธุรกิจ

ใบเสร็จรับเงิน ออกยังไงให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี

ใบเสร็จรับเงิน ออกยังไงให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี
>