ใบกำกับภาษีซื้อ ใช้ได้กี่เดือน ออกย้อนหลังได้ไหม
สรุปกรณี ใบกำกับภาษีซื้อ ใช้ยื่นข้ามเดือนได้สูงสุดถึง 6 เดือน และการออกภาษีย้อนหลัง จะทำได้หรือไม่ พร้อมวิธีการนับเดือนให้ถูก
Read Moreเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปี ก็ถึงเวลาสำคัญของผู้มีรายได้ทุกคนที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากปีที่ผ่านมามีการชำระภาษีไว้เกินก็สามารถขอคืนได้ แต่สิ่งที่หลายคนมักกังวลคือเมื่อคำนวณแล้วพบว่า จ่ายไว้ขาดจนต้องเสียภาษีเพิ่ม ดังนั้น ก่อนจะเริ่มยื่นภาษี เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ให้ชัดเจน พร้อมเรียนรู้วิธีวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายและเสียภาษีได้อย่างคุ้มค่าที่สุดกัน
ภ.ง.ด. 90 คือ แบบแสดงเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) – 40(8) ซึ่งในทุก ๆ ปี ผู้ที่มีรายได้มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีต่อกรมสรรพากร ภายในวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งตัวอย่างของเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภทมีดังต่อไปนี้
ภ.ง.ด. 91 คือ แบบแสดงเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกันกับ ภ.ง.ด. 90 แต่มีความแตกต่างคือ ภ.ง.ด. 91 นั้น จะต้องเป็นผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีรายได้อย่างอื่น แต่ ภ.ง.ด. 90 จะเป็นผู้มีรายได้ทุกประเภท
การที่เราจะรู้ว่า เราควรยื่นภาษีด้วย ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ให้ดูง่าย ๆ ตรงแหล่งที่มาของรายได้ อาทิ หากเราทำงานประจำอย่างเดียว มีรายได้เดือนละ 20,000 บาท มีค่าโอที มีโบนัส ต้องยื่น ภ.ง.ด. 91 แต่หากเรามีรายได้หลายทาง มีเงินเดือน 20,000 มีเงินจากการให้เช่าคอนโด มีเงินจากการขายของออนไลน์ หรือเป็นฟรีแลนซ์ แบบนี้ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90
รายการ | ภ.ง.ด. 90 | ภ.ง.ด. 91 |
|---|---|---|
คนที่ต้องยื่น | คนที่มีรายได้หลายทาง รวมไปถึง ฟรีแลนซ์ | คนที่มีรายได้จากเงินเดือนทางเดียว เช่น พนักงานออฟฟิศ พนักงานโรงงาน |
ประเภทรายได้ | เงินเดือน และ/หรือ รายได้อื่น | เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส โอที เบี้ยขยัน |
มาตรารายได้ | 40(1)-40(8) | 40(1) อย่างเดียว |
หักค่าใช้จ่าย | หักค่าใช้จ่ายตามประเภทรายได้ | หักค่าใช้จ่ายตามอัตราเงินเดือนตามกฎหมาย |
เอกสารที่ใช้ | 50 ทวิ, ใบรับเงิน, หนังสือสัญญาเช่า ฯลฯ | 50 ทวิที่บริษัทออกให้ |
คนที่มีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้ง ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ต้องเป็นคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีออกมาแล้ว คนนั้นจะต้องเสียภาษีเพิ่มหรือไม่ก็ตาม ดังนี้
ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภาษี ภ.ง.ด. 90 - ภ.ง.ด. 91 สามารถยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม หลังจากปีภาษีที่มีเงินได้ โดยสามารถยื่นภาษีและติดตามผลการยื่นได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร
ในกรณีที่ลืมยื่นภาษี แล้วขอยื่นเกินกำหนด จะมีค่าปรับคือ ยื่นเกินกำหนดไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลา เสียค่าปรับขั้นต่ำ 100 บาท กรณียื่นเกินกำหนดเกิน 7 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลา เสียค่าปรับขั้นต่ำ 200 บาท และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ
การที่เราจะคำนวณภาษีได้ เราต้องรู้เงินได้สุทธิก่อน และเงินได้สุทธิก็คือเงินได้ที่หักค่าใช้จ่าย และหักค่าลดหย่อนไปแล้ว ทว่า การหักค่าใช้จ่ายจะได้มากหรือน้อย ย่อมขึ้นกับเงินได้แต่ละประเภท และผู้เสียภาษีสามารถเลือกว่าจะหักค่าใช้จ่ายตามจริงหรือหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ดังนี้
ค่าลดหย่อนเป็นอีกทางหนึ่งของการลดหย่อน เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 7 ประเภทคือ ค่าลดหย่อนตัวเอง คู่สมรส พ่อแม่ บุตร คนในครอบครัว, ค่าลดหย่อนประเภทประกัน, ค่าลดหย่อนประเภทกองทุน, ค่าลดหย่อนจากการสร้างบ้านและดอกเบี้ยบ้าน, ค่าลดหย่อนตามการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ค่าลดหย่อนประเภทบริจาค และค่าลดหย่อนอื่น ๆ สามารถอ่านทำความเข้าใจเรื่องค่าลดหย่อนได้อย่างละเอียด ที่นี่
สิ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดคือ หากถูกโฆษณาว่าหากซื้อสินค้า ประกัน กองทุนไปแล้ว จะลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าหากเราซื้อประกัน 100,000 บาท ภาษีที่ลดหย่อนจะเป็น 100,000 บาท แต่ต้องไปขึ้นว่าคนนั้นเงินได้สุทธิมีเท่าไร และอยู่ในอัตราภาษีไหน คน 2 คนอาจจะซื้อของ 100,000 บาทเท่ากัน แต่ลดหย่อนภาษีได้ไม่เท่ากัน
การหาว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไร ต้องเป็นการหาเงินได้สุทธิ และการหาเงินได้สุทธิ = รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน เมื่อได้เท่าไรแล้วให้นำมาเทียบกับตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามตารางด้านล่างนี้
ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ | อัตราภาษี | ภาษีในแต่ละขั้นเงินได้ | ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น |
|---|---|---|---|
0 - 150,000 บาท | ยกเว้นภาษี | ||
เกิน 150,000 - 300,000 | 5 | 7,500 | 7,500 |
เกิน 300,001 - 500,000 | 10 | 20,000 | 27,500 |
เกิน 500,001 - 750,000 | 15 | 37,500 | 65,000 |
เกิน 750,001 - 1,000,000 | 20 | 50,000 | 115,000 |
เกิน 1,000,001 - 2,000,000 | 25 | 250,000 | 365,000 |
เกิน 2,000,001 - 5,000,000 | 30 | 900,000 | 1,265,000 |
เกิน 5,000,000 บาท ขึ้นไป | 35 |
ข้อควรจำคือ แม้เราจะได้เงินได้สุทธิเข้ามา เราต้องหักภาษีโดยหักตามขั้นบันได ไม่ใช่การเทียบตรง ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากเงินได้สุทธิของเราอยู่ที่ 200,000 บาท อัตราภาษีของเราจะไม่ใช่การนำ 300,000 x 5% = 10,000 บาท แต่จะเป็นการนำมาหักตามขั้นบันได กล่าวคือ
150,000 บาทแรก = ยกเว้นภาษี
50,000 บาทหลัง = 50,000 x 5% = 2500 บาท
ดังนั้น ในกรณีนี้ ภาษีที่ต้องเสียคือ 2,500 บาท
คำถาม
Q : ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90 - ภ.ง.ด. 91 คำนวณจากเงินได้สุทธิ หรือ เงินได้พึงประเมิน
A: จากข้อกำหนดของกำหนดของกฎหมาย เราสามารถเลือกยื่นภาษีโดยเอารายได้พึงประเมิน หรือรายได้สุทธิ โดยที่รายได้พึงประเมินจะเป็นการนำรายได้ทั้งหมดที่ไม่ใช้รายได้ตามมาตรา 40 (1) ยกมาคูณ 0.5% ได้เท่าไรให้เสียภาษีเท่านั้น แต่หากคำนวณออกมาแล้วไม่เกิน 5,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี วิธีการนี้เหมาะกับคนที่มีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน และไม่ถึง 1 ล้านบาท ซึ่งไม่ซับซ้อน คำนวณง่าย แต่การใช้วิธีนี้จะทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควรจะเป็น
อย่างไรก็ตาม วิธีการที่นิยมใช้มากกว่า คือการใช้เงินได้สุทธิ ซึ่งเป็นรายได้จริง ๆ ทุกบาททุกสตางค์มาคำนวณ เมื่อผ่านการหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว ออกมาจะเป็นเงินได้สุทธิ ได้เท่าไรให้นำมาเทียบกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได จึงจะได้ภาษีที่ต้องเสีย วิธีนี้แม้จะมีความซับซ้อนมากกว่า แต่จะเสียภาษีน้อยกว่าเสมอ
ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ eTax ได้ที่
Blog: www.etaxgo.com/blog
Facebook: https://www.facebook.com/eTaxGo.official
Tags
สรุปกรณี ใบกำกับภาษีซื้อ ใช้ยื่นข้ามเดือนได้สูงสุดถึง 6 เดือน และการออกภาษีย้อนหลัง จะทำได้หรือไม่ พร้อมวิธีการนับเดือนให้ถูก
Read Moreภ.ง.ด. 50 คืออะไร และความแตกต่างจาก ภ.ง.ด. สรุป เงื่อนไขการยกเว้นภาษี ยื่นภายในกี่วัน และสิ่งที่นิติบุคคลต้องเตรียม ครบจบในที่เดียว
Read Moreภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1ก คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และต้องยื่นภาษีในวันที่เท่าไร พร้อมสรุปวิธีหาเงินที่ต้องหักเพื่อใช้ในการยื่นภาษี
Read More