จด Vat บุคคลธรรมดา ควรทำไหม ถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน
จดทะเบียน Vat บุคคลธรรมดา ควรทำไหมถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท? สรุปเงื่อนไขจดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการ ที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
Read Moreในยุคนี้ ใคร ๆ ก็หันไปช้อปปิ้งออนไลน์ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายคนหันมาเป็นผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะใน Shopee Lazada แต่การขายของนั้น จะคำนึงถึงแค่เรื่องของกำไรต้นทุนไม่ได้ ต้องคิดถึงเรื่องของการเสียภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งภาษีไม่ว่าจะเป็น Vat 7% ภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือสิ่งที่คนค้าขายจะต้องเรียนรู้เพิ่มและสร้างความเข้าใจ เพื่อจะไม่โดนภาษีย้อนหลัง
หากมีการขายของบนแพลตฟอร์ม Shopee Lazada ทางแพลตฟอร์มจะมีการส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากร และทางผู้ขายมีหน้าที่ต้องนำรายได้มายื่นแบบเพื่อเสียภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล โดยหากเป็นบุคคลธรรมดา เงินได้จากการขายของออนไลน์จะถูกจัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) และคนที่โสดที่มีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี หรือบุคคลสมรสที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยื่นภาษีดังนี้
ในกรณีที่มีการขายของในนามของนิติบุคคล จะต้องมีการยื่นภาษีนิติบุคคล ทั้ง ภ.ง.ด. 50 ซึ่งเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี และ ภ.ง.ด. 51 ซึ่งเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี ซึ่งข้อดีคือ การยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะสามารถกำหนดรอบบัญชีได้
สำหรับบุคคลธรรมดา มีหลักการในการยื่นรายได้คำนวณภาษีคือ
เงินได้สุทธิ = (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ลดหย่อนภาษี) x อัตราภาษีแบบก้าวหน้า
สิ่งที่จะเป็นตัวแปรผันในเรื่องนี้คือรายได้และค่าใช้จ่าย โดยที่รายได้เป็นได้ทั้งรายได้จากการขายสินค้า รายได้จากค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่าย หรือค่าคอมมิชชันจากบริษัทขนส่ง รวมไปถึงรายได้ที่เป็นส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันจากยอดขาย
ในส่วนของการหักค่าใช้จ่ายโดยหากเป็นการหักค่าใช้จ่ายตามจริง ทางผู้ขายจะต้องมีการเก็บใบเสร็จ ใบกำกับภาษี เอาไว้ให้ครบและนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง โดยที่ค่าใช้จ่ายนั้นเป็นได้ทั้งค่าสินค้า ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงให้กับ Shopee Lazada ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าโฆษณา ค่าเข้าร่วมโปรแกรมต่าง ๆ หากเป็นบิลเงินสด จะต้องมีบิลที่แนบคู่กับสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของร้าน โดยวิธีนี้จะทำให้ผู้ขายเสียภาษีน้อยลงมาก แต่ตามมาด้วยความยุ่งยากเช่นกัน
ในขณะที่วิธีที่ 2 นั้น คือการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% ซึ่งหากมีรายได้เท่าไร ให้หักออกไป 60% การทำแบบนี้จะสะดวกตรงที่ไม่ต้องเก็บหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ไว้เยอะ แต่จะมีข้อเสียอย่างมากคือ จะต้องเสียภาษีมากกว่าการหักรายจ่ายตามจริง
-เงินได้พึงประเมิน ในกรณีที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (2)-(8) ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ไม่รวมเงินเดือน จะต้องมีการคำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินด้วย โดยมีสูตรคือ
จำนวนภาษี = (เงินได้ทุกประเภท - เงินเดือน) x 0.5% เงินได้ = (ค่าสินค้า - ส่วนลดที่ร้านค้ามอบให้) + ค่าจัดส่งที่ผู้ซื้อชำระ
การคำนวณภาษีแบบเงินได้พึงประเมิน จะเหมือนการคิดภาษีแบบเหมา หากคำนวณออกมาแล้วพบว่าเสียภาษีไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีในวิธีนี้ และหากคำนวณออกมาแล้วพบว่า การคิดภาษีแบบเงินได้สุทธิ หรือการคิดภาษีแบบเงินได้พึงประเมิน แบบไหนที่เสียภาษีสูงกว่า ก็ต้องเสียภาษีตามวิธีนั้น
สิ่งที่ต้องระวัง
ในกรณีที่มีรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย และเป็นรายได้จากทุกช่องทาง หากเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ขายจะต้องทำการจด Vat หรือภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับตั้งแต่ที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท และจะสามารถออกใบกำกับภาษี หรือใช้งาน e-tax invoice ได้ด้วย
สิ่งที่ผู้ขายมือใหม่มักจะทำผิดพลาด คือยื่นยอดรายได้ที่ผิด โดยรายได้ที่ยื่นนั้นจะต้องเป็นรายได้ที่ไม่ผ่านการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งสูตรในการคิดง่าย ๆ คือ
รายได้ = ค่าสินค้า - ส่วนลดจากผู้ขาย - จำนวนเงินที่คืนให้ผู้ซื้อ - โค้ดส่วนลดที่ออกโดยผู้ขาย + ค่าจัดส่งที่ชำระโดยผู้ซื้อ
ในส่วนของค่าจัดส่งผู้ซื้อนั้น สรรพากรมองว่าเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ที่ร้านค้าได้จากการขายสินค้า แต่ในขั้นตอนการคำนวณภาษีนั้น ร้านค้าสามารถนำค่าจัดส่งที่บริษัทขนส่งเรียกเก็บจากร้านค้า มาหักเป็นรายจ่ายได้เช่นกัน
เนื่องจากค่าใช้จ่ายผ่านการขายของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee Lazada ถือว่ามีส่วนอย่างมากในการกำหนดว่าผู้ขายจะเสียภาษีมากน้อยแค่ไหน ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนในการขาย สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้หมด แต่ต้องมีการเก็บหลักฐานเอาไว้ใช้
หากขายของออนไลน์อย่างเดียว แต่ไม่เคยทำบัญชี ไม่เคยเสียภาษี มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกเรียกภาษีย้อนหลัง ซึ่งนอกเหนือจากจะโดนเรียกเก็บภาษีที่ค้างชำระแล้ว อาจจะถูกบวกเบี้ยปรับเพิ่ม 1 หรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี และในกรณีที่ละเลย ไม่แสดงแบบเพื่อเลี่ยงภาษี ทำบัญชีปลอม ใช้เอกสารเท็จ ก็อาจจะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำบัญชี เก็บหลักฐาน และจัดทำภาษีให้ถูกต้อง หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามได้ที่กรมสรรพากรในพื้นที่
ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ eTax ได้ที่
Blog: www.etaxgo.com/blog
Facebook: https://www.facebook.com/eTaxGo.official
Tags
ยื่นภาษี
จดทะเบียน Vat บุคคลธรรมดา ควรทำไหมถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท? สรุปเงื่อนไขจดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการ ที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
Read Moreสรุปเงื่อนขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 และการตรวจสอบเงินคืนภาษี ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ได้เงินคืนในกี่วัน บางคนไม่ขอคืน เพราะไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง
Read MoreTisa คืออะไร มาตรการลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ ที่มาแทน Easy e-receipt รวมกองทุนและการออมไว้ในที่เดียว สรุปเงื่อนไขและวิธีคำนวณลดหย่อนสูงสุด 800,000 บาท
Read More