ภาษีย้อนหลัง

การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกคน แต่ในบางครั้งด้วยความไม่รู้ การละเลย หรือแม้กระทั่งความจงใจ อาจจะทำให้ยื่นภาษีผิดหรือไม่ได้ยื่นภาษีเลย นำไปสู่การตรวจสอบของสรรพากรและถูกภาษีย้อนหลัง ซึ่งไม่ใช่ว่าจ่ายภาษีแล้วก็จบ แต่มีรายละเอียดมากกว่านั้นที่คนยื่นภาษีต้องทำให้ถูกต้อง

เกณฑ์ความเสี่ยงที่จะทำให้ถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

การถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะในปัจจุบันสรรพากรได้นำระบบ Big Data และ Data Analytics มาใช้ ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภาษีทำได้ถูกต้องแม่นยำ และจับพฤติกรรมของคนที่ส่อแววว่าจะไม่เสียภาษีอย่างถูกกฎหมายได้มากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจจะทำให้เราต้องเสียภาษีย้อนหลังโดยไม่รู้ตัว เช่น

  • ใช้เงินสดเป็นหลัก ไม่รับโอน เพราะคิดว่าสรรพากรจับไม่ได้

  • สินค้าคงเหลือไม่ถูกต้อง สินค้าขาด-เกินไม่ตรงกับความเป็นจริง จนสรรพากรมองว่ากิจการแสดงรายได้ไม่สอดคล้อง

  • ไม่มีทรัพย์สินอยู่เลย หรือทรัพย์สินมีมากผิดปกติ สรรพากรจะมองว่าเป็นการตกแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษี

  • ผลประกอบการขาดทุน แต่กลับมีรายการเงินกู้ยืมให้กรรมการจำนวนมากที่ชี้แจงไม่ได้

  • บันทึกรายการไม่ถูกต้อง ขายของไม่ออกใบกำกับภาษี

  • บันทึกรายได้ไม่ครบถ้วน ทำให้บัญชีดูมีความผิดปกติ

  • บันทึกค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่รายได้กลับลดลง

  • บันทึกค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ซึ่งสรรพากรจะเอาไปเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน ขนาดเดียวกัน รอบบัญชีเดียวกัน

  • สร้างรายจ่ายที่เป็นเท็จ

นอกจากนี้ ในยุคนี้ยังมีกฎหมายที่ธนาคารจะต้องส่งข้อมูลให้สรรพากรโดยตรง ถ้าหากเรามีการโอนเงินในบัญชีมากกว่า 3,000 ครั้งต่อปี หรือมียอดเงินโอนเข้า 400 ครั้งต่อปีและมียอดรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ก็อาจเป็นเหตุให้ถูกสรรพากรเพ่งเล็งได้เช่นกัน

ค่าปรับภาษีย้อนหลัง มีอะไรบ้าง?

เมื่อเราถูกตรวจสอบภาษีแล้ว และพบว่ามีภาษีย้อนหลังที่ต้องจ่าย ก็จะมีทั้งหมด 4 ส่วนที่ต้องเสียภาษีคือ ภาษีที่ต้องจ่ายจริง, เบี้ยปรับ, เงินเพิ่ม, และค่าปรับทางอาญา โดยค่าปรับภาษีแต่ละประเภทจะมีดังนี้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 1, ภ.ง.ด. 2, ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด.53)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 100 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 200 บาท
  • เงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน x ภาษี หากมีเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 300 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 500 บาท
  • เงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน x ภาษี หากมีเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 300 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 500 บาท
  • เงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน x ภาษี หากมีเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน
  • เบี้ยปรับ : การคิดเบี้ยปรับจะเป็นการนำเงินภาษีที่ต้องเสียมา x 2 และจะมากน้อยขึ้นอยู่กับว่าชำระเร็วหรือช้า โดยหากชำระภายใน 15 วัน จะเสียเบี้ยปรับ = 2% ของภาษี x 2, ชำระภายใน 30 วัน จะเสียเบี้ยปรับ = 5% ของภาษี x 2, ชำระภายใน 60 วัน จะเสียเบี้ยปรับ = 10% ของภาษี x 2, ชำระหลัง 60 วัน จะเสียเบี้ยปรับ = 20% ของภาษี x 2

ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 1,000 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 2,000 บาท
  • คิดเงินเพิ่มหากยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 2 วัน คิดเงินเพิ่ม = 0.1% ต่อเดือน x ภาษี, ยื่นแบบล่าช้าเกิน 2 วันแต่ไม่เกิน 7 วัน คิดเงินเพิ่ม = 0.5% ต่อเดือน x ภาษี, ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน คิดเงินเพิ่ม = 1.5% ต่อเดือน x ภาษี กรณีที่มีเศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 1,000 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 2,000 บาท
  • เงินเพิ่ม = 1.5% ต่อเดือน x ภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด. 94)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับวันละ 1,000 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ปรับวันละ 2,000 บาท
  • เงินเพิ่ม = 1.5% ต่อเดือน x ภาษี

วิธีคำนวณค่าปรับภาษีย้อนหลัง

อย่างที่ได้ระบุว่า หากมีการยื่นภาษีไม่ถูกต้อง ทั้งยื่นภาษีขาด ทั้งไม่เคยยื่นภาษี หรือจงใจเลี่ยงภาษี ไม่ว่าจะเกิดจากกรณีใด หากสรรพากรตรวจพบก็มีสิทธิ์จะโดนภาษีย้อนหลัง และนอกเหนือจากเงินภาษีที่เราค้างจ่ายสรรพากรแล้ว ยังมีเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญาที่ต้องนำมาคิด ซึ่งสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีสูตรคิดดังนี้

  • เบี้ยปรับ: สำหรับเบี้ยปรับคือเงินชดเชยค่าเสียหายที่รัฐเรียกเก็บ และจะโดนเท่าไร ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าไปเจอสรรพากรในขั้นตอนไหน, หากสรรพากรตรวจพบและให้เราเข้าไปชี้แจง แต่ก่อนหน้านี้เคยเสียภาษีมาแล้ว จะถูกเบี้ยปรับที่ 1 เท่า และหากสรรพากรตรวจพบว่าเราไม่เคยยื่นภาษีเลย อาจจะถูกเบี้ยปรับ 2 เท่า โดยมีสูตรคำนวณคือ เบี้ยปรับ = ภาษีที่ต้องชำระ × อัตราเบี้ยปรับ
  • เงินเพิ่ม: เงินเพิ่มเปรียบเสมือนกับดอกเบี้ยค้างชำระที่สรรพากรคิด และจะเป็นการคิดแบบรายเดือนจนกว่าจะจ่ายครบ หากมีเศษของวันก็จะนับเป็น 1 เดือน ยิ่งปล่อยไว้นานดอกเบี้ยก็ยิ่งเพิ่ม วิธีคิดคือ เงินเพิ่ม = ภาษีที่ต้องชำระ × 1.5% × จำนวนเดือนที่ล่าช้า

ตัวอย่าง

นายเอกฤทธิ์ มีรายได้ต่อปีที่ 2.4 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% จะเหลือ 1,440,000 บาท และเมื่อหักค่าลดหย่อนอีก 60,000 บาท เท่ากับเงินได้สุทธิในปีนั้นอยู่ที่ 900,000 บาท และมีภาษีที่ต้องชำระอยู่ที่ 95,000 บาท หากนายเอกฤทธิ์ไม่เคยยื่นภาษีในส่วนนี้เลย และถูกสรรพากรเรียกหลังจากผ่านไปแล้ว 12 เดือน จะถูกภาษีย้อนหลังเท่าไร

ในส่วนของการเสียภาษีย้อนหลัง นอกเหนือจากภาษีที่ต้องชำระ 95,000 บาทแล้ว นายเอกฤทธิ์ยังต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน และค่าปรับทางอาญา

  • เบี้ยปรับ = 95,000 x 2 = 190,000 บาท
  • เงินเพิ่ม = 95,000 x 1.5% x 12 เดือน = 17,100 บาท
  • ค่าปรับทางอาญา : ยื่นล่าช้าเกิน 7 วัน ค่าปรับทางอาญา 2,000 บาท
  • รวมภาษีย้อนหลังที่ต้องเสีย = 95,000 + 190,000 + 17,100 + 2,000 = 304,100 บาท

หมายเหตุ ในกรณีนี้เป็นการคำนวณเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเดียว หากเป็นกรณีขายของแต่ไม่เคยยื่น Vat ภาษีที่เสียย่อมมากกว่านี้อีกหลายเท่า

โดนเรียกภาษีย้อนหลัง ไม่มีเงินจ่าย ทำอย่างไร?

สิ่งที่ตามมาเมื่อหลายคนโดนภาษีย้อนหลัง คืออยู่ดี ๆ โดนภาษีมากกว่าที่ต้องจ่ายจริง 3-4 เท่า ซึ่งหากไม่มีเงินจ่ายในตอนนั้น สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ การขอลดหย่อนเบี้ยปรับ ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นส่วนที่แพงที่สุด แต่ในส่วนของเงินเพิ่ม 1.5% มักจะขอลดหย่อนไม่ได้ จะต้องจ่ายตามนั้น และหากพบว่ายอดภาษีที่ต้องชำระเกิน 3,000 บาท ก็สามารถขอผ่อนกับทางกรมสรรพากรได้อีก 3 เดือน

แต่ในกรณีที่ยอดสูงมากจนผ่อน 3 เดือนไม่ไหว ก็ให้เจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอแนวทางในการลดภาระในจุดนี้ ซึ่งทางสรรพากรอาจจะขยายให้ผ่อนได้มากกว่านั้น หากไม่จ่ายนอกเหนือจากเงินเพิ่มที่คูณกันเป็นรายเดือนแล้ว ยังอาจจะมีความผิดทั้งทางแพ่ง ถูกยึดทรัพย์อายัดบัญชีธนาคาร และมีความผิดทางอาญาอีกด้วย

eTaxGo ช่วยให้คุณจัดการภาษีได้ดีขึ้น ด้วยการออกใบกำกับภาษี e-Tax Invoice และ e-Receipt และนำส่งข้อมูลให้สรรพากรด้วย เพื่อให้การจัดทำภาษีโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตรงไปตรงมาและเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ไม่ถูกตรวจสอบและไม่โดนภาษีย้อนหลัง

คำถามที่พบบ่อย

Q: สรรพากรตรวจภาษีย้อนหลังได้กี่ปี

A: กรณีที่เคยมีการยื่นภาษีเอาไว้ แต่เป็นการยื่นผิดแบบหรือยื่นขาด กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 2 ปี แต่หากมีเหตุอันสมควรว่ามีการเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 10 ปี

Q: โดนภาษีย้อนหลัง ไม่จ่ายได้ไหม?

A: การเพิกเฉยต่อหมายเรียกหรือหนังสือแจ้งประเมินภาษี จะนำไปสู่ผลทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา คือ

  • ทางแพ่ง : อาจถูกฟ้องเพื่ออายัดบัญชีธนาคาร ไปจนถึงการยึดทรัพย์สินเพื่อนำไปขายทอดตลาด
  • ทางอาญา : หากมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และหากเป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้เกิน 1 ล้านบาท หรือเป็นนิติบุคคลที่มีหนี้เกิน 2 ล้านบาท อาจถูกฟ้องล้มละลายได้

ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ eTax ได้ที่
Blog:
www.etaxgo.com/blog
Facebook: https://www.facebook.com/eTaxGo.official


Tags

ภาษีย้อนหลัง


บทความที่น่าสนใจ

e-donation คืออะไร พร้อมรายชื่อโรงเรียน-วัด เพื่อลดหย่อนภาษี

e-donation คืออะไร พร้อมรายชื่อโรงเรียน-วัด เพื่อลดหย่อนภาษี

ขายของบน Shopee Lazada ยื่นภาษีอย่างไร ไม่ให้โดนภาษีย้อนหลัง

ขายของบน Shopee Lazada ยื่นภาษีอย่างไร ไม่ให้โดนภาษีย้อนหลัง

จด Vat บุคคลธรรมดา ควรทำไหม ถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน

จด Vat บุคคลธรรมดา ควรทำไหม ถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน
>